มากกว่าคำว่า “Youtube” ตัวช่วยในการโฆษณาหารายได้

โฆษณายูทูปหากจะพูดถึงคำว่า “Youtube ”แล้วคงคุ้นเคยกันดีว่าเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอันดับหนึ่งที่ใช้ในการดูคลิปวีโอ ประเทศไทยเรานั้นมีการใช้ Youtube ติด 1 ใน 10 ของโลก  แปลว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยเลยที่จะคุ้นเคยกับโฆษณาใน Youtube  ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาใน Youtube ที่เป็นคลิปวีดีโอแทรกเข้ามาในคลิปที่เรานั้นดูอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่งหากไม่ต้องการดูเพียงแค่รอ 5 วินาทีก็จะปรากฏปุ่ม Skip ad เพื่อข้ามกลับไปยังคลิปวีดีโอที่เราดู โฆษณาใน Youtube อีกแบบก็เป็นข้อความอยู่ด้านล่างคลิปวีดีโอเพื่อให้คลิกไปยังเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณา

โฆษณาใน Youtube นั้นไม่ได้เป็นโฆษณาที่จะขึ้นทุกคลิปแต่จะเลือกขึ้นในคลิปหรือ Chanel นั้นขึ้นอยู่กับเจ้าของแบรนด์เป็นผู้กำหนดไปยังกลุ่มเป้าหมายเช่น โฆษณาสินค้าผลิตภัณฑ์ความงาม ก็จะไปแทรกตามคลิปหรือ Chanel ที่เป็นเรื่องของรีวิวเครื่องสำอางก็ได้ นับว่าเป็นข้อดีข้อหลักเลยที่ควรจะเลือกลงโฆษณา Youtube ช่วยในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การเลือกกลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกได้ 4 แบบได้แก่
– Keyword : กลุ่มเป้าหมายจากกลุ่มคำ
– Topic : เลือกตามหมวดหมู่ของคลิปวีดีโอ
– Placement : กลุ่มเป้าหมายที่เจาะจงสถานที่
– Interests : วิเคราะห์จากพฤติกรรมของผู้ใช้งาน Youtube
ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการโฆษณานั้นก็ไม่ได้สูงหากจะเปรียบกับโฆษณาของ Youtube กับโฆษณาในโทรทัศน์แล้วนั้นราคาต่างกันมาก ในตัวโฆษณาบนโทรทัศน์นั้นคิดค่าโฆษณา 350,000 – 500,000 บาท/นาที ซึ่งเป็นการโฆษณาที่ไม่ได้เจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรงและสิ้นเปลืองงบประมาณในการโฆษณาโดยสูญเปล่า หากเลือกบริการโฆษณาใน Youtube แล้วนั้นจะตกราคาเพียง 50 – 90 สตางค์ต่อ 1 วิวที่เข้ามาดูเพียงเท่านั้น การคิดราคาต่อวิวนั้นทำให้การลงโฆษณารูปแบบนี้สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน
การคิดค่าโฆษณาคิดเป็น 2 แบบ
1.CPV (Cost-Per-View)  เป็น การคิดค่าโฆษณาจากการชมโฆษณาที่ได้แทรกเข้าไปในคลิปหรือ Chanel ที่ได้กำหนดไว้ แต่การคิดค่าโฆษณานั้นไม่ได้คิดค่าโฆษณาโดยทันทีเมื่อโฆษณาเริ่ม แต่จะเริ่มคิดค่าโฆษณาเมื่อชมเกิน 30 วินาทีหรือหาก

โฆษณานั้นมีความยาวไม่ถึง 30 วินาทีก็จะต้องดูจนจบโฆษณา ซึ่งผู้ที่ไม่ต้องการดูโฆษณาจะมีการปรากฏปุ่ม Skip Ad ขึ้นมาหลังจากโฆษณาเริ่มได้ 5 วินาทีและจะไม่มีการเสียค่าโฆษณาใดๆทั้งสิ้น
2. PPC (Pay-Per-Click) เป็นการคิดค่าโฆษณาจากการคลิก Banner ของโฆษณาใน Youtube เพื่อให้คลิกเข้าสู่เว็บไซต์หรือไม่ก็คลิกเข้าสู่ Page Facebook ซึ่งจะมีอยู่ 2ตำแหน่งได้แก่
– Main Banner เป็น Banner ที่อยู่ตำแหน่งอยู่บนหัวคลิปวีดีโอ
– Companion Banner เป็น Banner ที่อยู่ตำแหน่งด้านล่างของคลิปวีดีโอคลิป

ในคลิปวีดีโอนี้สามารถสั่งการให้ Main Banner และ Companion Banner ขึ้นมาพร้อมกันได้ และหากโฆษณาขึ้นมาเป็นโฆษณาชุดเดียวกันแล้วนั้นจะเป็นตัวช่วยในการสร้างแรงดึงดูดได้มากขึ้นอีกด้วย
Youtube นั้นแทบจะว่าได้เลยว่าเหมาะมากสำหรับเจ้าแบรนด์ที่ต้องการลงโฆษณาใน Youtube เพราะประหยัดงบประมาณได้มากกว่าการโฆษณาสื่ออย่างอื่น เป็นเรื่องดีที่จะนำงบประมาณที่เหลือไปลงทุนต่อยอดอย่างอื่นโดยไม่สิ้นเปลืองอีกด้วย