ทำความเข้าใจ Cloud Computing คืออะไร?

Cloud ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี ที่มาแรงอย่างมากในช่วงนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ทำให้หลายองค์กรทั่วโลกต้อง Work from home กันเป็นส่วนใหญ่ มาใช้เครื่องมือเทคโนโลยีในการทำงาน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้อย่างง่ายดาย

 

ซึ่ง 1 ในระบบที่จะช่วยให้การทำงานในยุค New Normal อย่าง Cloud Computing จึงกลายเป็นคำตอบของเทคโนโลยีในการแก้ปัญาการทำงานรูปแบบเดิมๆ เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีในการทำงาน แม้ไม่ได้เจอหน้ากันก็ตาม ซึ่ง Cloud Computing นี้สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา 

 

Cloud Computing คืออะไร? 

 

Cloud Computing คือ บริการที่ครอบคลุมทั้งการให้บริการพื้นที่หน่วยจัดเก็บข้อมูล การให้ใช้กำลังในการประมวลผล และระบบออนไลน์ต่างๆ ที่ผู้ให้บริการจัดสรรมาให้ ซึ่งการใช้ระบบ cloud computing จะช่วยลดขั้นตอนในการติดตั้งระบบ ไม่ต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญมาดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลาในการเรียกข้อมูล ลดต้นทุนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งระบบ Cloud Computing นี้มีทั้งแบบบริการฟรีและแบบเสียเงิน 

 

ประเภทของ Cloud Computing มีอะไรบ้าง

ประเภทของ Cloud Computing จะมีหลายประเภทมากมาย แต่จะมี 3 ประเภทหลักที่ใช้กันเป็นประจำ และเป็นที่รู้จักกันดี เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะขอยกตัวอย่างทั้ง 3 ประเภทนี้ 

 

 

  • Software as a Service (SaaS) 

 

คือ รูปแบบหนึ่งของ Cloud Computing เป็นการใช้หรือเป็นการเช่าบริการระบบซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่น ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และทำการประมวลผลผ่านระบบของผู้ให้บริการ ซึ่งถ้าเลือก Cloud computing ประเภทนี้จะช่วยต้นทุนสำหรับการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หมดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบ เพราะระบบจะเรียกประมวลผลผ่าน Cloud ซึ่งสามารถเรียกได้ทุกที่ตามที่ต้องการ 

 

 

  • Platform as a Service (PaaS)

 

สำหรับใครที่มีสินค้า ระบบ หรือบริการที่เป็นรูปแบบแอพพลิเคชั่น ซึ่งจะต้องมีความจำเป็นในการพัฒนาแอปพลิเคชั่นอยู่ตลอดเวลา และระบบการทำงานเองก็ซับซ้อน ถ้าจะรันข้อมูลหรือเรียกประมวลผลผ่านเซิร์ฟเวอร์ จะต้องทำงานอย่างหนักหน่วง หากไม่มีเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับก็อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ แต่ถ้าใช้ PaaS ที่มีทั้ง Hardware, Software, และชุดคำสั่ง ที่ผู้ให้บริการเตรียมไว้ให้เราต่อยอดนี้เรียกว่า Platform ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเวลาที่ใช้ในการพัฒนาซอฟท์แวร์อย่างมาก ทำให้แอพพลิเคชั่นสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว

 

 

  • Infrastructure as a Service (IaaS)

 

เป็นบริการให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป้น หน่วยประมวลผล ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย ในรูปแบบระบบเสมือน (Virtualization) ซึ่งข้อดีของ IaaS คือช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องอุปกรณ์ แถม IaaS ยังมีความพิเศษในการยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบไอทีขององค์กรในทุกรูปแบบ อีกทั้งยังช่วยลดความยุ่งยากในการดูแล เพราะหน้าที่ดูแลระบบ จะอยู่ในมือของผู้ให้บริการ